วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

การใช้โปรแกรม Micrsoft office Excel 2003

ความสำคัญของ โปรแกรม Microsoft Excel 2003

ปัจจุบันนี้มี Software ที่สามารถช่วยเหลือมนุษย์ และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของมนุษย์ ช่วยให้คนสามารถ คำนวณ คิดเลข ได้ออกมาเพียงแค่คลิกครั้งเดียว หรือไม่ก็มี code แค่ท่อนเดียวในตาราง Excel ก็สามารถคิดผลลัพธ์ออกมาให้เองได้ทั้งหมดแล้ว ดังเช่น Excel เมื่อพูดถึง Excel ลองมองภาพรวมมันกว้างเกินไป เพราะว่า Excel มีหลายรุ่น และแต่ละรุ่น ก็มีความสามารถในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป มีการ up version มาหลายอย่าง แต่ที่นิยมในตอนนี้ก็คงจะเป็น Microsoft Excel XP เพราะว่าไม่เก่าเกินไป และไม่ใหม่เกินไป ซึ่งจากเดิมใช้ Excel 97 แต่ version ที่ใหม่ที่สุด เห็นจะเป็น Microsoft Excel 2007 ซึ่งยังได้รับความนิยมน้อยอยู่ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ยังใหม่ จะว่าไปแล้ว Excel ก็มีความสำคัญทางด้านบัญชี ไม่มาก ก็น้อย ซึ่งในอนาคต นักบัญชีอาจจะไม่มีความสำคัญหรือไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่เจริญก้าวหน้า อย่างไม่หยุดยั้งบนเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น และ Software ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถ คิด คำนวณได้ไวและแม่นยำกว่ามนุษย์ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจจะเกือบจะเป็น 0 % เลยก็ว่าได้ เมื่อนักบัญชีได้มาอ่านบทความนี้ก็อาจจะค้านอยู่ในใจ หรือคิดว่า บทความนี้พูดแรงเกินไป ก็เพราะผมพูดถึง Excel ซึ่งต้องยอมรับว่า บางสาขา บางอาชีพ อาจไม่จำเป็นในอนาคต ซึ่งเพียงแต่มีความรู้ด้านระบบ หรือ Software ที่ท่านใช้ ก็สามารถนำระบบเหล่านี้ไปใช้ในธุรกิจของท่านได้ ไม่ว่าจะเล็กหรือจะใหญ่โตสักแค่ไหนก็ตาม
ในทุกวันนี้คงเป็นที่ยอมรับกันเป็นอย่างดีแล้วว่า คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในยุคนี้สำนักงานทั่วๆไปจึงมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานเป็นส่วนใหญ่ และมักจะติดตั้งโปรแกรมวินโดวส์ ซึ่งเป็นโปรแกรมปฏิบัติการแบบมัลติทาสกิ้ง คือ สามารถทำงานได้หลายๆงานพร้อมกันพร้อมกับโปรแกรม Microsoft Office 2000/XP/2003 ซึ่งพัฒนามาจาก Microsoft Office 97 เป็นโปรแกรมช่วยงานในสำนักงานที่มีความสามารถสูงขึ้น และExcel 2000 ก็เป็นหนึ่งในโปรแกรม Microsoft Office 2000/XP/2003 ที่สามารถแบ่งเบาภาระในเรื่องของการคำนวณ เมื่อคุณกำลังเสียเวลาและต้องการผู้ช่วย เพื่อช่วยในเรื่องการเขียนรายงานทางการเงิน วาดกราฟ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล หรือเมื่อคุณกดเครื่องคิดเลขจนรู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว ผมเชื่อว่าโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2000 จะสามารถช่วยลดขั้นตอนเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
การดำเนินธุรกิจทุกประเภทในปัจจุบันได้มีการนำระบบ Microsoft office เข้ามาใช้ในการจัดการด้านต่างๆ ทำให้ Microsoft office ได้ถูกพัฒนามาหลายเวอร์ชันตั้งแต่97,98,2000,xp,2003, 2007 แต่เวอร์ชัน 2000 นั้น ผู้ใช้งาน Microsoft office ค่อนข้างใช้กันอย่างแพร่หลาย อาจจะเป็นเพราะเวอร์ชันนี้ไม่เก่าและไม่ใหม่จนเกินไปใน Microsoft office 2000 ผมก็ขอแนะนำโปรแกรม Excel เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างข้อมูล บันทึก และนำแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขออกมาเป็นแผนภูมิและกราฟ ให้กับวงการธุรกิจ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขต่างๆ เพื่อดูผลลัพธ์ จะทำให้การทำความเข้าใจและใช้งานได้ง่ายขึ้น งานที่ออกมาก็ดูน่าสนใจ เช่น การแสดงยอดขายในแต่ละปี , การเปรียบเทียบยอดขาย , การคำนวณภาษี , งบทางการเงิน เป็นต้น ข้อมูลตัวเลขที่ได้มาจากกการคำนวณของ Excel 2003 ก็ถูกต้องสมบรูณ์มาก ถ้าเทียบกับโปรแกรมอื่นที่ใช้ในการคำนวณ และการนำมาใช้งานค่อนข้างง่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากนักปรแกรม Microsoft Excel 2003 เป็นโปรแกรมประเภทสเปรตชีต (Spreadsheet) ที่ออกแบบมาสำหรับบันทึก วิเคราะห์แนวโน้มของยอดขายจากข้อมูลที่ป้อนเข้าไปในตาราง และนำแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลข ตลอดจนพัฒนาให้เป็นระบบงานที่มีขีดความสามารถสูง มีการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาระบบข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนความสามารถเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการได้เป็นอย่างดี หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับธุรกิจอื่นๆ ได้โดยใช้เวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบกับเวลาที่คุณใช้เครื่องมือแค่ปากกากับกระดาษ
วัตถุประสงค์ของ โปรแกรม Microsoft Excel 2003
1.เพื่อให้ได้ทราบถึงคุณสมบัติของโปรแกรม Microsoft Excel และสามารถทำสเปรตชีตได้
2.เพื่อสามารถประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel มาใช้จัดเก็บข้อมูล และสามารถใช้โปรแกรมในการคำนวณนี้ได้
3.สามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.เพื่อใช้งานต่างๆในโปรแกรม Microsoft Excel ได้ดีกว่าเวอร์ชันเดิม
5.Microsoft Excel ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สามารถเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองให้ใช้โปรแกรมนี้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
6.เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของมนุษย์ในการคิด คำนวณที่มีรูปแบบซ้ำๆ
7.การใช้เวลาให้คุ้มค่าในเรื่องของการคำนวณโดยมีสูตรที่ทำให้เราสามารถเข้าใจ และนำไปใช้ได้
8.เพื่อนำฟังก์ชัน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการคำนวณ Excel มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
9.เพื่อหาจำนวนค่าเฉลี่ยต่างๆ มาทำเป็นสถิติ
10.สามารถหาข้อสรุปจากผลลัพธ์ที่ได้จากตาราง Excel
11.สามารถนำข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณมาบันทึกไว้ในโปรแกรม Excel เพื่อหาผลลัพธ์ได้
จุดเด่นของ โปรแกรม Microsoft Excel 2003
1.จะมีแอพพลิเคชันครอบคลุมพื้นฐานต่างๆเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย การเริ่มต้นและการออกจากเอ็กเซล การใช้เมนู แถบเครื่องมือ และไดอะล็อกบ๊อกซ์ การคีย์ข้อความและตัวเลข
2.การสร้างสูตรแบบง่ายๆ การแก้ไขแผ่นงานและสมุดงาน การพิมพ์และการบันทึกสมุดงาน
3.ปรับปรุงแผ่นงานของคุณให้น่าสนใจขึ้น การกำหนดรูปแบบต่างๆบนแผ่นงาน การเพิ่มและการแก้ไขรูปภาพ การวาดรูปทรงต่างๆ การแทรกคำอธิบาย การสร้างแผนภูมิหรือกราฟ และการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนที่
4.มีเทคนิคมากขึ้นสักหน่อย แต่ก็เป็นประโยชน์มาก เช่นการวิเคราะห์ข้อมูลในแผ่นงาน
5.ช่วยให้คุณปรับแต่งการใช้งานของเอ็กเซลได้ละเอียดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการเลือกสภาพแวดล้อมการทำงานเอง เปลี่ยนมุมมองในแผ่นงานร่วมกับเทมเพลต
6.ช่วยงานของคูณทำได้ดียิ่งขึ้น เช่น การเชื่อมโยง การประมวลผลเพื่อรวมข้อมูล
ความสำคัญของ โปรแกรม Microsoft Excel 2003
คุณสมบัติของโปรแกรม Microsoft Excel 2003
โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมสำหรับงานเกี่ยวกับการคำนวณตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดเก็บบันทึกข้อมูลของตาราง การสร้างกราฟ วิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนพัฒนาให้เป็นระบบงานที่มีขีดความสามารถสูง มีการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาระบบข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนความสามารถเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการได้เป็นอย่างดี หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับธุรกิจอื่นๆ ได้โดยใช้เวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบกับเวลาที่คุณใช้เครื่องมือแค่ปากกากับกระดาษและ ในโปรแกรม Microsoft Excel นั้น คุณสามารถใช้ทั้งแผนภูมิและแผนผังลำดับงานเพื่ออธิบายแนวคิดที่สลับซับซ้อน สร้างแรงจูงใจให้กับนักศึกษา ทบทวนความคืบหน้าของงาน และหารือเรื่องที่ค้างคาอย่างมีชีวิตชีวามีฟังก์ชันสำหรับการคำนวณและเทคนนิคมากขึ้นซึ่งสามารถนำมาประยุกต์และวิเคราะห์กับการทำงานให้เกิดความสะดวก และรวดเร็ว
โปรแกรมทางด้าน Spreadsheet มีทั้งบนระบบปฏิบัติการ DOS และ Windows สำหรับ Spreadsheet บนระบบปฏิบัติการ Windows ได้มีการเพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ OLE ( Object Link Embedding ) เครื่องมือ ( Tools ) ที่ช่วยการทำงานให้ง่ายยิ่งขึ้น Graphic ในการจัดรูปแบบของ Spreadsheet ที่หลากหลาย นอกจากนี้การใช้ Spreadsheet ขั้นสูงได้มีการประยุกต์ระบบงานที่มีความซับซ้อนเน้นการแนะนำเทคนิคเพื่อเป็นแนวทางในการใช้โปรแกรม Spreadsheet เช่น การเขียนมาโคร ( Macro ) เพื่อควบคุมการทำงาน การสร้างและกำหนด Toolbar ขึ้นมาใช้เอง
หน้าตาของ โปรแกรม Microsoft Excel 2003
หน้าตาของ โปรแกรม Microsoft Excel ก็จะมี tool หรือเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการสนับสนุนการทำ ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น กว่าไปใช้งานทางตรง คือ เปิดจากไฟล์ต่างๆ อย่างเช่น tool ที่ใช้คือ เมนูบาร์ ( menu bar ) , ไตเติลบาร์ ( title bar ) , แถบใส่สูตร ( formula bar ) , แถบเครื่องมือ ( tool bar ) , ตัวชี้ ( mouse pointer ) , ผู้ช่วยoffice ( office assistant ) , ชื่อที่อยู่ของเซลล์ ( cell adress ) , แท็บแผนงาน ( worksheet tab ) , แท็บสถานะ ( status bar ) , เซลล์ที่ใช้อยู่ ( active cell ) , ช่องแสดงตำแหน่งของเซลล์ ( name box ) , เมนูบาร์ ( memo bar ) ทั้งหมดนี้คือ tool ที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งในหน้าต่างของ Excel มันจะทำให้คุณทำงานสำเร็จใน โปรแกรม Microsoft Excel ไปได้ด้วยดี ซึ่งโดยเฉพาะตัวผู้ช่วย office จะทำให้คุณมีไกด์ที่ดีได้เลย ทำให้คุณทราบทุกอย่างใน Excel แต่ก่อนที่จะเข้ามาถึงเห็นหน้าตาของส่วนประกอบ หรือ tool ต่างๆ ทั้งหลายนั้น ก็จะต้องผ่านการเรียกใช้งานโปรแกรม โปรแกรม Microsoft Excel เสียก่อน โดยจะผ่านทาง เมนู
สตาร์ทบนทาร์สบาร์ และเลือก โปรแกรม Microsoft Excel จากนั้นถ้าคุณยังไม่มีข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ คุณก็เลือก ไอคอน บนสมุดงานเปล่า แต่ถ้าคุณมีงานที่เคยได้บันทึกไว้แล้ว คุณก็เข้าไปที่ My document หรือโฟล์เดอร์ที่เคยได้ทำการบันทึกข้อมูลนั้นไว้ ไม่อย่างนั้นคุณก็อาจเข้าไปที่ โปรแกรม Microsoft Excel โดยตรง และอาจจะเห็นงานของคุณแสดงอยู่ในฐานข้อมูลของ Excel ก็ได้ เมื่อผ่านขั้นตอนพวกนี้แล้ว คุณก็จะเห็นหน้าตา ( ตาราง ) ของ โปรแกรม Microsoft Excel แล้วก็จะเห็น tool ต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยงานคุณให้ทำงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
รายละเอียดที่น่าสนใจบน โปรแกรม Microsoft Excel 2003 แรกใช้งานเอ็กเซล แฟ้มข้อมูลที่สร้างขึ้นมาและเซฟไว้ในเอ็กเซลนี้ เรียกว่า สมุดงาน ( worksheet ) ภายในสมุดงานก็ประกอบไปด้วย แผ่นงาน ( worksheet ) ทีมีลักษณะคล้ายกระดาษทำบัญชีที่มีตารางแบ่งเป็นช่องๆ อาจจะมีหนึ่งแผ่นหรือมากกว่านั้นก็ได้แต่สำหรับแผ่นงานของเอ็กเซลจะพิเศษกว่าตรงที่สามารถใส่สูตรทางคณิตศาสตร์เพื่อให้มันคำนวณผลลัพธ์ออกมาได้เลยทันที โดยไม่ต้องเสียเวลากดโปรแกรมเครื่องคิดเลขอีก เมื่อติดตั้งเอ็กเซลลงในเครื่องแล้ว จะสามารถสร้างเอกสารสำหรับใช้วิเคราะห์และเก็บข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
oรายงานรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน
oแผนภูมิแสดงยอดขายประจำปี
oตารางแสดงกำหนดการชำระเงินสำหรับอุปกรณ์ที่สั่งเข้ามา ฯลฯ
•ทักษะเบื้องต้นของการใช้สมุดงาน
การสร้างสมุดงานของไมโครซอฟท์เอ็กเซลนั้นเป็นเรื่องง่ายพอๆ กับการพิมพ์ข้อมูลลงไปในเอ็กเซลของแผ่นงานเลยทีเดียว ข้อมูลในเซลล์อาจเป็นค่าเลเบล ( label ) หรือค่าที่เป็นตัวเลข ( value ) หรืออาจมีค่าที่ผสมกันทั้งเลเบล หรือค่าที่เป็นตัวเลขก็ได้ และข้อมูลทั้งหมดสามารถถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยใช้ คีย์บอร์ด หรือ เม้าส์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเครื่องมือต่างๆ ของเอ็กเซลในการตกแต่งและแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล โดยย้ายข้อมูลหรือ คัดลอกข้อมูลไปยังเซลล์อื่นๆ ซึ่งความสามารถเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดเวลาที่ใช้สำหรับพิมพ์ข้อมูลลง ถึงแม้ว่า จะวางแผนได้ดีขนาดไหนก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงมีหลายสถานการณ์ ที่จำเป็นต้องเพิ่มหรือลบเซลล์บางส่วนออกไปจากแผนงาน คงยังทำงานโดยใช้ปากกากับกระดาษแบบโบราณ โบราณอยู่ หนทางเดียวสำหรับการแก้ไขข้อมูลในตารางก็คือ ลบทิ้งแล้วเขียนใหม่ และอีกหลายครั้งเหมือนกันที่ต้องฉีกหน้าเดิมเพื่อวาดตารางใหม่ เพียงเพราะตอนแรกกะจำนวนช่องไม่พอ แต่หากเปลี่ยนมาใช้เอ็กเซล ก็จะสามารถทำงานเหล่านี้ได้อย่างอัตโนมัติ เพราะเอ็กเซลอนุญาตให้เลือกตำแหน่งปลายทางที่ต้องการเคลื่อนย้ายเซลล์ที่มีอยู่เดิม เพื่อลบหรือแทรกข้อมูลใหม่ลงไปในแผนงาน ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยกับการสร้างแผนงานใหม่หมดเหมือนเดิมอีกต่อไป
•การใช้สูตรและฟังก์ชัน
เมื่อไรก็ตามที่ลงมือป้อนข้อมูลลงบนแผนงานอาจต้องการเพิ่มสูตรสำหรับคิดคำนวณผลลัพธ์เข้าไปด้วย โดยโปรแกรมเอ็กเซลจะอนุญาตให้สร้างสูตรคำนวณแบบง่ายของตัวเอง หรือสร้างสูตรสำเร็จรูปที่มาพร้อมกับตัวโปรแกรมเรียกว่า ฟังก์ชัน สำหรับการคิดคำนวณทางเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานของนักบัญชีเลย เพราะตราบใดที่เราทราบว่าตัวเราเองต้องการผลลัพธ์ประเภทไหน เช่น ค่าเสื่อมราคาของสินค้า หรือมูลค่าการลงทุนสุทธิ จะสามารถสั่งให้เอ็กเซลค้นหาฟังก์ชันที่เหมาะสมสำหรับผลลัพธ์ประเภทนั้นได้เลย เมื่อต้องการคัดลอกสูตรหรือฟังก์ชันไปใช้ในเซลล์อื่นเอ็กเซลก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงเซลล์อ้างอิง ของเดิมภายในสูตรหรือฟังก์ชันนั้นๆ ให้เข้ากับตำแหน่งแถวหรือหลักใหม่ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขอาร์กิวเมนต์ ในฟังก์ชันเองแล้ว ก็ยังจะได้รับความสะดวกเมื่อเข้าไปแก้ไขค่าตัวเลขในเซลล์อ้างอิงด้วย เพราะการอ้างอิงนั้นเป็นแค่การอ้างที่ตำแหน่งของเซลล์ ไม่ใช่ค่าในเซลล์ ค่าที่อ้างไว้ในอาร์กิวเมนต์ที่เปลี่ยนไป จึงส่งผลลัพธ์ของฟังก์ชันเปลี่ยนตาม ก็เลยไม่จำเป็นต้องแก้ไขผลลัพธ์ทุกครั้งที่ข้อมูลเดิมเปลี่ยนแปลง
•การตกแต่งแผนงานและสมุดงานให้ดูดี
การแก้ไขรายละเอียดในสมุดงานของเอ็กเซลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะผู้ใช้ทุกคนย่อมไม่สามารถคิดคำนึงถึงองค์ประกอบที่เหมาะสมได้หมดครบถ้วนตั้งแต่เริ่มแรก โดยที่ไม่ต้องมาแก้ไขอะไรอีกในภายหลัง ซึ่งนอกจากการแก้ไขข้อมูลในสมุดงานแล้ว ยังแก้ไขตัวสมุดงานในขณะที่ใช้งานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม ลบ ย้าย หรือเปลี่ยนชื่อของแผ่นงาน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นงานชนิดใด ก็จะสามารถแทรกหรือลบเซลล์ แถว หรือคอลัมน์ หรือปรับขนาดความสูงของแถวหรือความกว้างของคอลัมน์ได้ เพื่อให้โครงสร้างแผ่นงานเป็นไปอย่างที่ใจต้องการซึ่งแก้ไขงานนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ เอ็กเซลสามารถอัพเดตการอ้างอิงเซลล์ในสูตรที่มีอยู่ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถตกแต่งรูปร่างหน้าตาของแผ่นงานก่อนสั่งพิมพ์ได้ด้วยการปรับค่าพิมพ์ที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแนวการป้อนกระดาษ กั้นระยะขอบ กั้นระยะหัวท้ายกระดาษ และอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าดูของแผ่นงานและสมุดงานให้ดูดีขึ้น

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

ความหมายของ HTML


ความหมายของ HTML
HTML หรือ HyperText Markup Language เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ที่มีโครงสร้างการเขียนโดยอาศัยตัวกำกับ (Tag) ควบคุมการแสดงผลข้อความ, รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ผ่านโปรแกรมเบราเซอร์ แต่ละ Tag อาจจะมีส่วนขยายที่เรียกว่า Attribute สำหรับระบุ หรือควบคุมการแสดงผล ของเว็บได้ด้วย
HTML เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาโดย World Wide Web Consortium (W3C) จากแม่แบบของภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) โดยตัดความสามารถบางส่วนออกไป เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย และด้วยประเด็นดังกล่าว ทำให้บริการ WWW เติบโตขยายตัวอย่างกว้างขวางตามไปด้วย
Tag
Tag เป็นลักษณะเฉพาะของภาษา HTML ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket ( < ) และ greater-than bracket ( > ) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
1. Tag เดี่ยวเป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น

,
เป็นต้น
2. Tag เปิด/ปิดเป็น Tag ที่ประกอบด้วย Tag เปิด และ Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเครื่องหมาย slash ( / ) นำหน้าคำสั่งใน Tag นั้นๆ เช่น , เป็นต้น
Attributes
Attributes เป็นส่วนขยายความสามารถของ Tag จะต้องใส่ภาย ในเครื่องหมาย < > ในส่วน Tag เปิดเท่านั้น Tag คำสั่ง HTML แต่ละคำสั่ง จะมี Attribute แตกต่างกันไป และมีจำนวนไม่เท่ากัน การระบุ Attribute มากกว่า 1 Attribute ให้ใช้ช่องว่างเป็นตัวคั่น
เช่น Attributes ของ Tag เกี่ยวกับการจัดพารากราฟ คือ

ประกอบด้วย
ALIGN="Left/Right/Center/Justify"

โครงสร้างเอกสาร HTML
ไฟล์เอกสาร HTML ประกอบด้วยส่วนประกอบสองส่วนคือ Head กับ Body โดยสามารถเปรียบเทียบได้ง่ายๆ ก็คือ ส่วน Head จะคล้ายกับส่วนที่เป็น Header ของหน้าเอกสารทั่วไป หรือบรรทัด Title ของหน้าต่างการทำงานในระบบ Windows สำหรับส่วน Body จะเป็นส่วนเนื้อหาของเอกสารนั้นๆ โดยทั้งสองส่วนจะอยู่ภายใน Tag html…html
โครงสร้างไฟล์ HTML
ส่วนหัวเรื่องเอกสารเว็บ (Head Section)
Head Section เป็นส่วนที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับข้อมูลเฉพาะของหน้าเว็บนั้นๆ เช่น ชื่อเรื่องของหน้าเว็บ (Title), ชื่อผู้จัดทำเว็บ (Author), คีย์เวิร์ดสำหรับการค้นหา (Keyword) โดยมี Tag สำคัญ คือ
ข้อความที่ใช้เป็น TITLE ไม่ควรพิมพ์เกิน 64 ตัวอักษร, ไม่ต้องใส่ลักษณะพิเศษ เช่น ตัวหนา, เอียง หรือสี และควรใช้เฉพาะภาษาอังกฤษที่มีความหมายครอบคลุมถึงเนื้อหาของเอกสารเว็บ หรือมีลักษณะเป็นคำสำคัญในการค้นหา (Keyword)
การแสดงผลจาก Tag TITLE บนเบราเซอร์จะปรากฏข้อความที่กำกับด้วย Tag TITLE ในส่วนบนสุดของกรอบหน้าต่าง (ใน Title Bar ของ Window นั่นเอง)
Tag META จะไม่ปรากฏผลบนเบราเซอร์ แต่จะเป็นส่วนสำคัญ ในการทำคลังบัญชีเว็บ สำหรับผู้ให้บริการสืบค้นเว็บ (Search Engine) และค่าอื่นๆ ของการแปลความหมาย
การพิมพ์ชุดคำสั่ง HTML สามารถพิมพ์ได้ทั้งตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ หรือผสม การย่อหน้า เว้นบรรทัด หรือช่องว่าง สามารถกระทำได้อิสระ โปรแกรมเบราเซอร์จะไม่สนใจเกี่ยวกับระยะเว้นบรรทัดหรือย่อหน้า หรือช่องว่าง

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ความหมายของ HTML


ความหมายของ HTML
HTML หรือ HyperText Markup Language เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ที่มีโครงสร้างการเขียนโดยอาศัยตัวกำกับ (Tag) ควบคุมการแสดงผลข้อความ, รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ผ่านโปรแกรมเบราเซอร์ แต่ละ Tag อาจจะมีส่วนขยายที่เรียกว่า Attribute สำหรับระบุ หรือควบคุมการแสดงผล ของเว็บได้ด้วย
HTML เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาโดย World Wide Web Consortium (W3C) จากแม่แบบของภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) โดยตัดความสามารถบางส่วนออกไป เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย และด้วยประเด็นดังกล่าว ทำให้บริการ WWW เติบโตขยายตัวอย่างกว้างขวางตามไปด้วย
Tag
Tag เป็นลักษณะเฉพาะของภาษา HTML ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket ( < ) และ greater-than bracket ( > ) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
• Tag เดี่ยว เป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น

,
เป็นต้น
• Tag เปิด/ปิด เป็น Tag ที่ประกอบด้วย Tag เปิด และ Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเครื่องหมาย slash ( / ) นำหน้าคำสั่งใน Tag นั้นๆ เช่น , เป็นต้น

Attributes
Attributes เป็นส่วนขยายความสามารถของ Tag จะต้องใส่ภายในเครื่องหมาย < > ในส่วน Tag เปิดเท่านั้น Tag คำสั่ง HTML แต่ละคำสั่ง จะมี Attribute แตกต่างกันไป และมีจำนวนไม่เท่ากัน การระบุ Attribute มากกว่า 1 Attribute ให้ใช้ช่องว่างเป็นตัวคั่น
เช่น Attributes ของ Tag เกี่ยวกับการจัดพารากราฟ คือ

ประกอบด้วย
ALIGN="Left/Right/Center/Justify"
ซึ่งสามารถเขียนได้ดังนี้

...

หรือ

...

หรือ

...

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แบบทดสอบ 40 ข้อ(11-40)

11. CPU ย่อมาจากข้อใด ?
a. Circruit Process Unit
b. Central Processing Unit
c. Center Progress Unit
d. Center Process Unit
ตอบ b.Central Processing Unit
12. ข้อใดกล่าวถึง”ซอร์ฟแวร์”ได้ถูกต้อง ?
a. เป็นนามธรรม สัมผัสไม่ได้โดยตรง
b. ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
c. ประกอบด้วยซอร์ฟแวร์ และ ซอร์ฟแวร์ประยุกต์
d. ถูกทุกข้อ
ตอบ d. ถูกทุกข้อ
13. บุคลากร ในข้อใดเป็นผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหน่วยงาน ?
a. ผู้จัดการระบบ
b. นักวิเคราะห์ระบบ
c. โปรแกรมเมอร์
d. ผู้ใช้ทั่วไป
ตอบ b.นักวิเคราะห์ระบบ
14. ข้อมูลที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ มีอะไรบ้าง ?
a. ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร
b. ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลเสียง
c. ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลเสียง ข้อมูลภาพ
d. ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลเสียง ข้อมูลภาพ ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว
ตอบ c.ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลเสียง ข้อมูลภาพ
15. ลักษณะเด่นในข้อใดที่มนุษย์เป็นผู้กำหนดให้กับคอมพิวเตอร์โดยตรง ?
a. ความเร็ว
b. หน่วยเก็บ
c. ความน่าเชื่อถือ
d. ความเป็นอัตโนมัติ
ตอบ bหน่วยเก็บ
16. มีการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานใดมากที่สุด ?
a. หน่วยงานธุรกิจ
b. งานราชการ
c. การศึกษา
d. งานวิทยาศาสตร์
ตอบ a.หน่วยงานธุรกิจ
17. ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ในทางธุรกิจ ?
a. การฝาก-ถอนเงินผ่านตู้ ATM
b. การจองตั๋วเครื่องบิน
c. การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร
d. การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสอน
ตอบ a.การฝาก-ถอนเงินATM
18. ข้อใดคือองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ?
a. ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์
b. ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ บุคลากร
c. ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ บุคลากร ข้อมูล
d. ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ บุคลากร ข้อมูลองค์กร
ตอบ c.ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ บุคลากร ข้อมูล
19. คอมพิวเตอร์มาจากภาษาลาตินซึ่งเขียนอย่างไร ?
a. compute
b. computare
c. computor
d. computary
ตอบ b.Computare
20. ข้อใดคือองค์ประกอบทางด้าน ฮาร์ดแวร์ ของคอมพิวเตอร์ ?
a. หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง
b. หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยแสดงผล
c. หน่วยแสดงผล หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง
d. ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ
21.ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์มีการประยุกต์ใช้ในด้านใดบ้าง
a.งานธุรกิจ,งานวิทยาศาสรต์การแพทย์และงานสาธารณสุข
b.งานคมนาคม,งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
c.งานราชการ,การศึกษา
d.ถูกทุกข้อ
ตอบd.ถูกทุกข้อ
22.นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ได้พยายามพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้บัตรอะไรในการบันทึกคำสั่ง
a.บัตรเจาะรู
b.ใบขับขี่
c.บัตรประชาชน
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ a.บัตรเจาะรู
23.เครื่องคำนวณที่นับเป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานปัจจุบันคืออะไร
a.เครื่องคิดเลข
b.ลูกคิด
c.โทรศัพท์
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ b.ลูกคิด
24.มนุษย์เริมรู้จักการใช้ส่วนไหนของร่างกายเพื่อช่วยในการคำนวณ
a.ขา
b.แขน
c.สมอง
d.นิ้วมือและนิ้วเท้า
ตอบd .นิ้วมือและนิ้วเท้า
25.คอมพิเวตรอ์ในยุคที่1มักจะใช้กับงานแบบไหน
a.ธุรกิจ
b.บันเทิง
c.สังคม
d. ประกันภัย
ตอบ a.ธุรกิจ
26.ลักษณะเฉพาะของคอมพิวเตอร์ยุคที่1ที่เป็นส่วนประกอบหลักมีอยู่กี่หลัก
a.1 หลัก
b.2 หลัก
c.3 หลักง
d.4 หลัก
ตอบ d.4 หลัก
27.การจัดแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ของหน่วยบันทึกข้อมูลแบ่งได้กี่ประเภท
a.2 ประเภท
b.3 ประเภท
c.4 ประเภท
d.5 ประเภท
ตอบ c.4ประเภท
28.คอมพิวเตอร์ที่มีความจุของหน่วยความจำเท่ากับกี่เมกกะไบต์
a.20 เมกกะไบต์
b.16 เมกกะไบต์
c.15 เมกกะไบต์ง
d.17 เมกกะไบต์
ตอบ b.16 เมกกะไบต์
29.คอมพิวเตอร์จะถูกใช้งานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่จำเป็นกี่ส่วน
a.1 ส่วน
b.2 สว่น
c.3 ส่วน
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ c.3 ส่วน
30.หน่วยประมวลผลกลางแบ่งออกเป็น2หน่วยมีอะไรบ้าง
a.หน่วยควบคุม,หน่วยคำนวณและตรรก
b.หน่วยแสดงผลข้อมูล
c.หน่วยประมวลผล
d.ไม่มีข้อถูก
ตอบ a.หน่วยควบคุม,หน่วยคำนวณและตรรก
31.ซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น4ประเภทมีอะไรบ้าง
a.ซอฟต์แวร์ระบบ
b.ซอฟต์แวร์ประยุกต์
c.ซอฟต์แวรืสำเร็จรูป,ซอฟต์แวร์ส่งระบบงาน
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ
32.กลไกลการทำงานของเมาส์มีกี่ประเภท
a.1 ประเภท
b.2 ประเภท
c.3 ประเภท
d.4 ประเภท
ตอบ c.3ประเภท
33.หน่วยความจำรองที่นิยมใช้กันมากที่เป็นแบบจานแม่เหล็กมีอะไรบ้าง
a.แผ่นบันทึก
b.ฮาร์ดดิวก์
c.แผ่นซีดี
d.ถูกทั้ง ข้อ a.และข้อ b.
ตอบ d.ถูกทั้งข้อ a.และ ข้อ b.
34.ตัวแปลภาษาที่เป็นภาษาระดับสูงซึ่งเป็นที่รุ้จักนิยมใช้กันมาในปัจจุบันคือภาษาอะไร
a.ภาษาปาสศาล
b.ภาษาเบสิก
c.ภาษาซีและภาษาโลโก
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ
35.เมาส์ที่สามารถใช้งานได้โดยทั่วไปและเมาส์แบบที่มีล้อคั่นคือแบบใด
a.เมาส์แบบสองปุ่ม
b.เมาส์แบบมีวงล้อ
c.ถูกทั้งข้อ a. และข้อ b.
d.ไม่มีข้อถูก
ตอบ c.ถูกทั้งข้อ a. และ ข้อ b.
36.ปุ่ม ESC ที่อยู่ด้านมุมซ้านสุดของคีย์บอดร์มีความหมายว่าอย่างไร
a.ยกเลิกคำสั่งหรือออกจากโปรแกรม
b.ขอความช่วยเหลือ
c.กดเล่นเพลง
d.ไม่มีข้อถูก
ตอบ a.ยกเลิกคำสั่งหรือออกจากโปรแกรม
37.My Computer การเรียกดูไดร์ฟและงานเอกสารต่างๆภายในเครื่องประกอบด้วยอะไรบ้าง
a.Floppy (A:)
b.Local Disk(C:)
c.Cd Drive(D:)
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ
38.หน่วยความจำเมื่อประมวลผลเสร็จก็จะนำสิ่งใดไปใช้ในการผลิตหน่วยความจำ
a.ขดลวดแม่เหล็ก Marentic Core,วงจรรวม In tegrated Circouitoric
b.สารกึ่งตัวนำ Semiconductor Mewbry
c.วงจรไฟฟ้าขนาดเล็ก Monolithic MemoryChip
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ
39.หน่วยเก็บข้อมูลข้อมูลสำรองที่ยังไม่ถูกเรียกใช้โดยCpuเพื่อเตรียมเข้าสู่หน่วยความจำของเครื่องแบ่งได้กี่ประเภท
a.1 ประเภท
b.2 ประเภท
c.3 ประเภท
d.4 ประเภท
ตอบ b.2ประเภท
40.องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยส่วนสำคัญ5ส่วนมีอะไรบ้าง
a.ฮาร์ดแวร์(Hardware),ซอฟต์แวร์(Software)
b.ข้อมูลสารสนเทศ(data/Information)
c.บุคคลากร(Popleware),กระบวนการ(DocumentationProcedure)
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.ถูกทุกข้อ

แบบทดสอบ 40 ข้อ

1.คอมพิวเตอร์มากจากภาษาลาตินซึ่งเดิมเขียนว่าอย่างไร
a.compute
b.computre
c.computor
d.computary
ตอบ B.
2.คอมพิวเตอร์มีวิวัฒนาการมาจากคเรื่องมือใดในสมัยโบราณ
a.ลูกคิด
b.หมากเก็บ
c.ไม้กระดาน
d.โดมไฟ
ตอบ a.
3.ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจกวันในเรื่องใด
a.เรื่องการทำอาหาร
b.ใช้ในการช่วยแก้ไขปัญหาการทำงานทั่วไป
c.ช่วยในการซ่อมแซม
d.ใช้ในการบำรุงรักษา
ตอบ b.
4.Hard Disk เป็นอุปกรณ์ประเภทใด
a.ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน
b.ส่วนที่บรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
c.เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ
d.เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านบนแผ่นCD
ตอบ c.
5.เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านข้อมูลบนแผ่น cd มีความสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวณมากข้อใดกล่าวถูกต้อง
a.ซีดีรอม(cd-rom)
b.ฮาร์ดดิสต์(hard disk)
c.เคส(Case)
d.แรม(ram)
ตอบ a.
6.คอมพิวเตอร์ตามพจนานุกรมฉับบราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2525ให้ความมหายว่าอย่างไร
a.เครื่องคณิตกรณ์สมองกล
b.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ทำงานแทนมนุษย์
c.อุปกรณ์ที่ใช้แก้ปัญหาต่างๆทั้งง่ายและซับซ้อนที่สะดวกและรวดเร็ว
d.เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติใช้แก้ปัญหาต่างๆด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์
ตอบ c.
7.องค์ประกอบพื้นฐานหลักของการทำงานคอมพิวเตอร์คืออะไร
a.Input storage Output
b.Input Manage Analyze
c.Input Process Output
d.ถูกทุกข้อ
ตอบ d.
8.ข้อใดไม่ใช่"การประมวลผลข้อมูล"ของการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์
a.การนำข้อมูลมหาผลรวม
b.การแสดงข้อมูลทางจอภาพ
c.การหาค่ามากที่สุดของข้อมูล
d.การจักกลุ่มข้อมูล
ตอบ b
9.ข้อใดกล่าวถึง"ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์"ทั้ง4ประการได้ถูกต้อง
a.หน่วยเก็บ ความเร็ว อัตโนมัติ น่าเชื่อถือ
b.หน่วยเก็บ ฉลาด อัตโนมัติ พิสูจน์ได้
c.ความเร็ว ความจุ ความฉลาด การวิเคราะห์
d.ความจุ อัตโนมัติ ความทน ความประหยัด
ตอบ d.
10.ข้อใดเป็นอุปกรณ์รับข้อมูล
a.แป้นพิมพ์
b.เครื่องพิมพ์
c.จอภาพ
d.ซีดีรอม
ตอบ a.

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แบบทดสอบประวัติgoogle

แบบทดสอบประวัติgoogle
แบบทดสอบสอบ
1. ผู้ก่อตั้งกลูเกิลขึ้นมาคือใค
รa.แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน
b.แนสแด็ก และ ไซตส์
c.เอโอแอล และไทม์วอร์เนอร์
d.อิริกลิน และ ไจกุ
ตอบ a.แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน
2.กลูเกิลเริ่มก่อตั้งเมื่อ
a.พ.ศ.2544
b.พฤษาคม พ.ศ.2543
c.มีนาคม พ.ศ.2542
d.มกราคม พ.ศ.2539
ตอบ d.มกราคมฑ.ศ.2539
3.กลูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในประเทศใด
a.โปรตุเกศ
b.สหรัฐอเมริกา
c.สเปน
d.อิตาลิ
ตอบ b.สหรัฐอเมริก
4.นิตยสารที่กลูเกิลได้ถูกจัดลำดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดคือ นิตยสารใด
a.นิตยสารเสิร์ชเอนจิน
b.นิตยสารเมาน์เทนวิว
c.นิตยสารฟอร์จูน
d.นิตยสารฟอรต์
ตอบc.นิตยสารฟอร์จูน
5.กลูเกิลสำนักงานใหญ่ที่รู้จักในชื่อ กลุเกิลเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่เมือง
a.เมืองเมน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย
b.เมืองเมนโลพาร์ก
c.เมืองสแตนฟอร์ด
d.เมืองนิวยอก
ตอบ a.เมืองเมน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนี

ประวัติ google

กูเกิล (Google Inc.) (แนสแด็ก: GOOG และ LSE: GGEA) เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา กูเกิลสำนักงานใหญ่ที่รู้จักในชื่อกูเกิลเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงาน 16,805 คน (31 ธันวาคม 2550) [3] โดยกูเกิลเป็นบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ (ข้อมูล 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550) [4]กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อนที่ เมืองเมนโลพาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย [1] และมีการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เพิ่มมูลค่าของบริษัท 1.67 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นทางกูเกิลได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นรวมเข้ามา กูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยนิตยสารฟอร์จูน[5] ซึ่งมีคติพจน์ประจำบริษัทคือ Don't be evil อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในด้านการละเมิดข้อมูลส่วนตัว การละเมิดลิขสิทธิ์ และการเซ็นเซอร์ในหลายส่วน